เกรดเป็นระบบจัดกลุ่ม ไม่ใช่คำชม

คำว่าเกรดมีความหมายเมื่อผูกกับกฎการจัดชั้น หน่วยงานหรือมาตรฐาน และวัตถุประสงค์ที่ระบุ เกรดสำหรับรูปลักษณ์อาจพิจารณาตาไม้ สี และลักษณะผิว ส่วนเกรดสำหรับโครงสร้างเกี่ยวข้องกับเกณฑ์ที่ใช้ประเมินสมบัติเชิงกล จึงไม่ควรเห็นคำว่าเกรด A แล้วสรุปทันทีว่าแข็งแรงหรือเหมาะกับงานทุกชนิด

ก่อนเปรียบเทียบราคา ให้ขอชื่อระบบเกรดและเอกสารของสินค้ารุ่นนั้น หากผู้ขายใช้คำเรียกภายในร้าน ควรถามว่าคำนั้นวัดจากอะไรและมีข้อยอมรับแบบใด

อ่านข้อมูลทีละช่อง

เริ่มจากชื่อสินค้าและชนิดไม้หรือชนิดแผ่น ตรวจขนาดจริง ความหนา เกรด ความชื้น สภาพผิว และการใช้งานที่ผู้ผลิตระบุ หน่วยต้องตรงกันและควรแยกขนาดที่เรียกทางการค้าออกจากขนาดจริงหลังไสหรือแต่งผิว

สำหรับแผ่นประกอบ ให้ดูแกน วัสดุปิดผิว ชนิดกาวหรือชั้นคุณสมบัติที่ระบุ และเอกสารทดสอบที่ตรงรุ่น การมีชื่อวัสดุเหมือนกันไม่ได้ทำให้ทุกยี่ห้อมีสมรรถนะเท่ากัน

ตำหนิที่มองเห็นต้องตีความตามตำแหน่ง

ตาไม้ แนวเสี้ยนเฉียง รอยแตก และความหนาแน่นอาจมีผลต่างกันตามขนาด ตำแหน่ง และหน้าที่ของชิ้นงาน การคัดด้วยสายตาจึงต้องใช้เกณฑ์ของระบบนั้น ไม่ควรสร้างคะแนนเองจากภาพถ่าย

งานรับน้ำหนักต้องอาศัยข้อมูลออกแบบและข้อกำหนดที่เหมาะกับพื้นที่ ไม่ใช้ตารางต่างประเทศหรือบทความทั่วไปแทนการออกแบบโดยผู้มีความรู้ที่เกี่ยวข้อง

เปรียบเทียบให้เป็นรายการเดียวกัน

ตัวอย่างเช่น เมื่อเทียบไม้สำหรับชั้นวาง ให้กำหนดช่วงพาด น้ำหนักที่คาด ขนาดชิ้นและสภาพใช้งานก่อน แล้วขอข้อมูลสินค้าที่ประกอบเสร็จหรือค่าที่ผู้ผลิตรับรอง อย่าเทียบเพียงราคาต่อแผ่นหากขนาด เกรด และความหนาต่างกัน

  • บันทึกชื่อรุ่นและผู้ผลิต
  • ถ่ายฉลากหรือเก็บเอกสารข้อมูล
  • ตรวจหน่วยและวันที่ของเอกสาร
  • ถามข้อจำกัดเรื่องความชื้นและการติดตั้ง
  • แยกข้อมูลที่ทดสอบจากคำบรรยายทั่วไป

ขอบเขตของบทความนี้

ระบบเกรดในแต่ละประเทศและผลิตภัณฑ์ไม่เหมือนกัน เอกสาร USDA ที่อ้างถึงช่วยอธิบายหลักการจัดชั้นไม้เชิงพาณิชย์และโครงสร้าง แต่ไม่ได้รับรองสินค้าที่จำหน่ายในประเทศไทย ให้ยึดมาตรฐาน ฉลาก และเอกสารของสินค้าจริงเป็นหลัก

แหล่งอ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม

  1. USDA Forest Products Laboratory — Chapter 6: Commercial lumber, round timbers, and ties ↗
  2. USDA Forest Products Laboratory — Chapter 7: Stress grades and design properties ↗